โครงการ ส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 (ฉบับแก้ไข)

 

 

1. หลักการและเหตุผล

                         ตำรวจถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อง บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนและดูแลรักษาผลประโยชน์สาธารณของแผ่นดิน และนอกจากหน้าที่ดังกล่าวแล้วยังมีข้าราชการตำรวจอีกส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการบริหาร อำนวยการ และสนับสนุน เพื่อให้การปฏิบัติงานของตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลนี้ข้าราชการตำรวจจึงมีภารกิจหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันไปตามที่ได้รับมอบหมาย

ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ตระหนักถึงความสำคัญในภารกิจของข้าราชการตำรวจดังกล่าว และคาดหวังที่จะเห็นข้าราชการตำรวจได้ให้ความสำคัญของงานในหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ซื่อสัตย์สุจริต มีความวิริยะอุตสาหะ และเสียสละต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ทั้งที่ในสภาพความจริงแล้วการทำงานของข้าราชการตำรวจต้องประสบกับปัญหาและอุปสรรคอย่างมากมาย ทั้งในด้านบุคลากร และงบประมาณ อีกทั้งอาชญากรรมที่เกิดขึ้นก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังมีการพัฒนาไปในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ให้พยายามตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น มีความตั้งใจและร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงาน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง จึงสมควรที่จะมีการประกาศยกย่องชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ให้เป็นที่รู้โดยทั่วกันเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ตลอดจนเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการทำงานให้สูงขึ้น อันจะส่งผลให้การปฏิบัติราชการของตำรวจภูธรภาค 7 มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ประหยัด โปร่งใส เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

2. วัตถุประสงค์

                         2.1 เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ที่ได้ทุ่มเทในการทำงานจนมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น อีกทั้งเพื่อจูงให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระตือรือร้น ซื่อสัตย์ และเสียสละ

                         2.2 เพื่อจูงใจให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ได้แข่งขันกันปฏิบัติหน้าที่ อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จของงานในภารกิจของตำรวจ  

                         2.3 เพื่อนำผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจที่ได้รับการชมเชย หรือ ประกาศเกียรติคุณ ไปใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน รวมถึงการแต่งตั้งประจำปี

3. เป้าหมาย

                         ทำการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจทุกระดับในสังกัด ภ.7 ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่าง ๆ 5 ด้าน คือ

                         3.1 ด้านการป้องกันและปราบปราม

                         3.2 ด้านการสืบสวน

                         3.3 ด้านการสอบสวน

                         3.4 ด้านการจราจร

                         3.5 ด้านการบริหาร อำนวยการ และสนับสนุน

4. ขั้นตอนการดำเนินการและพิจารณาคัดเลือก

                         การพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจผู้ที่มีผลการปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ดังนี้

                         4.1 การพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจผู้ที่มีผลการปฏิบัติงาน ในด้านการป้องกันปราบปราม,ดีเด่น, ด้านการสืบสวนดีเด่น, ด้านการสอบสวนดีเด่น, ด้านการจราจรดีเด่น และด้านการบริหาร อำนวยการ และสนับสนุนดีเด่น ให้พิจารณาเดือนละ 1 ครั้ง โดยส่งผลการพิจารณาให้ ภ.7 ผ่าน บก.อก.ภ.7 ภายในวันที่ 20 ของเดือน

                         4.2 หน่วยงานระดับ กก., สภ.อ., สภ.กิ่ง อ., หรือ สภ.ต. ให้ดำเนินการดังนี้

                                (1) ให้หัวหน้าหน่วยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีผลงานเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด คณะกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยเป็นประธาน มีข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรรมการ อย่างน้อย 3 นาย สำหรับหน่วยงานระดับสถานีตำรวจให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน หรือ กต.ตร.สภ. เข้าร่วมเป็นกรรมการอีก จำนวน 3 ท่าน และให้มีผู้แทนสายงานในแต่ละด้านเป็นกรรมการด้วยอีกด้านละ 1 นาย

                                (2) เมื่อมีกรณีที่ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาประกาศชมเชย หรือ ประกาศเกียรติคุณ ให้ประธานกรรมการจัดให้มีการประชุมพิจารณาว่าสมควรที่จะเสนอขอให้หน่วยงานระดับ บก. หรือ ภ.จว. พิจารณาหรือไม่ หากที่ประชุมโดยเสียงข้างมากเห็นว่าสมควรเสนอ ก็ให้จัดทำผลการพิจารณาผู้ที่สมควรได้รับการประกาศชมเชย หรือ ประกาศเกียรติคุณ ในแต่ละด้านของข้าราชการตำรวจแต่ละกลุ่ม โดยให้มีรายละเอียดเหตุการณ์และพฤติการณ์หรือการกระทำว่าได้ปฏิบัติอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร พร้อมกับหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เสนอให้หน่วยงานระดับ บก. หรือ ภ.จว. พิจารณาโดยด่วนที่สุด

                         4.3 หน่วยงานระดับ บก. หรือ ภ.จว. ให้ดำเนินการดังนี้

                                (1) ให้ ผบก. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อทำการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีผลงานเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด คณะกรรมการประกอบด้วย ผบก. เป็นประธาน โดยมี รอง  ผบก., ผกก.ฝอ.ภ.จว. หรือ ผกก.ฝอ.1 – 5 บก.อก.ภ.7 เป็นกรรมการ และสำหรับหน่วยงานระดับ ภ.จว. ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน หรือ กต.ตร.จว. เข้าร่วมเป็นกรรมการอีก จำนวน 3 ท่านด้วย

                                (2) เมื่อได้รับผลการพิจารณาตามข้อ 4.2 (2) หรือ เป็นกรณีที่ ผบก. หรือ รอง ผบก. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่สมควรได้รับการพิจารณา ก็ให้ประธานกรรมการจัดให้มีการประชุมพิจารณาว่าสมควรที่จะเสนอขอให้ ภ.7 พิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณหรือไม่ หากที่ประชุมโดยเสียงข้างมากเห็นสมควรเสนอ ก็ให้จัดทำผลการพิจารณาผู้ที่สมควรได้รับการประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ในแต่ละด้าน ของแต่ละกลุ่ม โดยให้มีรายละเอียดเหตุการณ์ และพฤติการณ์ หรือการกระทำว่าได้ปฏิบัติอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร พร้อมกับหลักฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เสนอให้ ภ.7 พิจารณา ภายในเวลาที่กำหนด ตามข้อ 4.1

                                (3) สำหรับ ศสส.ภ.7 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีผลงานดีเด่น เฉพาะเรื่องใหญ่ ๆ หรือคดีที่มีความสำคัญเท่านั้น โดยคณะกรรมการประกอบด้วย รอง ผบก.หน.ศสส.ภ.7 เป็นประธาน โดยมี ผกก.กลุ่ม ต่าง ๆ หรือรอง ผกก.กลุ่มต่าง ๆ เป็นกรรมการ อย่างน้อย 4 ท่าน โดยอนุโลม เพื่อดำเนินการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ ตามข้อ 4.1

                         4.4 ระดับ ภาค

                                (1) ผบช. แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามโครงการส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7” ตามที่เห็นสมควรที่จะได้รับการพิจารณาก็ให้ประธานกรรมการจัดให้มีการประชุมพิจารณาว่าสมควรที่จะประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ หรือไม่

                                (2) คณะกรรมการระดับภาคจะต้องประชุมพิจารณาเป็นประจำทุกเดือนละ 1 ครั้ง เว้นแต่ในเดือนนั้น ๆ ไม่มีเรื่องเสนอเข้าพิจารณา การชี้ขาดว่าผู้ใดสมควรได้รับการคัดเลือกเพื่อประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ให้ถือเสียงข้างมาก และต้องเสนอผลการพิจารณาให้ ผบช.ภ.7 พิจารณาให้ความเห็นชอบ และลงนามในประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ภายในวันที่ 20 ของเดือนถัดไป

                                (3) สำหรับผู้ที่ได้รับการประกาศชมเชยหรือประกาศเกียรติคุณ ผลการปฏิบัติการในด้านต่าง ๆ ทั้ง 5 ด้าน ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ในรอบ 1 ปีปฏิทิน ให้คณะกรรมการตามข้อ 4.4 (1) พิจารณาว่าสมควรจะให้ได้รับโล่เกียรติยศเป็นกรณีพิเศษอีกส่วนหนึ่งด้วยหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าสมควรให้ได้รับโล่เกียรติยศ ก็ให้เสนอ ผบช.ภ.7 พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

                                (4) สำหรับผู้ที่ได้รับการประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ให้หัวหน้าหน่วยทุกระดับ ได้แก่ สถานีตำรวจ, กก. และ ภ.7 ดำเนินการบันทึกเก็บเป็นข้อมูลของผู้ได้รับการประกาศชมเชย หรือผู้ที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ หรือเกียรติยศไว้ทุกครั้งไว้ใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาความดีความชอบในเรื่องต่าง ๆ ต่อไป

5. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก

                         5.1 แบ่งกลุ่มของข้าราชการตำรวจที่จะได้รับการประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

                                5.1.1 กลุ่มผู้อำนวยการและกำกับดูแล ได้แก่ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง ผบก. หรือ รอง ผบก. ผู้รับผิดชอบในงานด้าน นั้น ๆ

                                5.1.2 กลุ่มผู้ควบคุมการปฏิบัติ ได้แก่ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าหน่วย และรองหัวหน้าหน่วยในระดับ กก., สภ.อ., สภ.กิ่ง อ. และ สภ.ต. ตั้งแต่ระดับ ผกก. ลงมาถึง สว. ทุกตำแหน่ง เว้น พงส. (สบ 2 – 3)

                                5.1.3 กลุ่มผู้ปฏิบัติ ได้แก่ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ สว. ที่มิใช่หัวหน้าหน่วยลงมา รวมทั้ง พงส. (สบ 1 - 3)

                         5.2 ภารกิจ / ลักษณะงาน ของข้าราชการตำรวจในแต่ละกลุ่มที่จะต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติ

                                5.2.1 กลุ่มผู้อำนวยการและกำกับดูแล จะต้องเป็นผู้ที่สามารถวางแผน อำนวยการกำกับดูแลและประสานงานตามแผน หรืองานในหน้าที่รับผิดชอบให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติ จนประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย หรือได้คิดริเริ่มแผนงาน หรือโครงการ ที่สามารถปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมาย จนเกิดผลดีแก่ทางราชการ

                                5.2.2 กลุ่มผู้ควบคุมการปฏิบัติ จะต้องเป็นผู้ที่สามารถดำเนินการควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติตามแผน หรืองานในหน้าที่รับผิดชอบให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติ จนประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย หรือคิดริเริ่มแผนงานหรือโครงการ ที่สามารถปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมาย จนเกิดผลดีแก่ทางราชการ

                         5.3 หลักเกณฑ์สำหรับการพิจารณาผลการปฏิบัติงานในแต่ละด้าน

ข้าราชการตำรวจที่จะได้รับการพิจารณาประกาศชมเชย หรือ ประกาศเกียรติคุณ จากตำรวจภูธรภาค 7 จะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้

                                5.3.1 ด้านการป้องกันปราบปราม

จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่เข้าลักษณะในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                                      (1) เป็นผู้มีความองอาจกล้าหาญ เสี่ยงอันตรายอย่างร้ายแรงในการปราบปรามผู้กระทำความผิดในลักษณะที่เป็นการใกล้อันตรายต่อชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับผู้กระทำผิด

                                      (2) เป็นผู้ที่มีผลงานปราบปรามผู้กระทำความผิด ถึงขนาดที่ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ ผบ.ตร. ขึ้นไปได้ประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ เป็นลายลักษณ์อักษร

                                      (3) เป็นผู้จับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่า เคยกระทำความผิดคดีอาญาอุกฉกรรจ์มาก่อน หรือเป็นคนร้ายสำคัญที่มีพฤติการณ์ทำลายความสงบสุขจนเป็นที่หวาดเกรงของประชาชนหรือเคยต่อสู้เจ้าพนักงานมาแล้ว

                                      (4) เป็นผู้มีสถิติผลงานการจับกุมคดีอาญาสูง หลักเกณฑ์การคิดคะแนนตาม ผนวก ก

                                      (5) เป็นผู้ที่มีสถิติผลการจับกุมยาเสพติดสูง หลักเกณฑ์การคิดคะแนนตาม ผนวก ข

                                      (6) เป็นผู้ที่มีผลการจับกุมในคดียาเสพติดโดยได้ของกลางในปริมาณมาก

                                      (7) สามารถจับกุมคดีสำคัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

                                      (8) เป็นผู้ปรากฏชัดว่าปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่อมิสสินจ้างรางวัลจนได้รับการชมเชยเป็นลายลักษณ์อักษร หรือได้รับบำเหน็จรางวัลตอบแทนจากผู้บังคับบัญชาที่ไม่ต่ำกว่า ผบ.ตร.

                                5.3.2 ด้านการสืบสวน

จะต้องปฏิบัติหน้าที่เข้าลักษณะในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                                      (1) เป็นผู้ที่มีความสามารถเด่นชัดในการสืบสวนหาหลักฐาน และตัวผู้กระทำความผิดในคดีที่ได้กระทำอย่างเร้นลับ มิดชิด หรือได้กระทำด้วยใช้กลอุบายซับซ้อน ยอกย้อนยากยิ่งแก่การที่จะได้หลักฐานและตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสติปัญญาความสามารถ และความมานะบากบั่นเป็นพิเศษ จึงได้หลักฐานและตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี สมเป็นกรณีตัวอย่างในการสืบสวนค้นคว้า

                                      (2) เป็นผู้มีความสามารถเด่นชัดในการสืบสวนหาหลักฐาน และตัวผู้กระทำความผิดในคดีที่ไม่ถึงกับเร้นลับตามข้อ 5.3.2 (1) แต่ได้พยายามสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำผิดและหลักฐานด้วยความยากลำบาก ต้องตรากตรำใช้ความอดทนเป็นพิเศษ จึงได้ตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย

                                      (3) เป็นผู้ที่สืบได้ความลับอันเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อทางราชการ เช่น สืบคดีการเมืองที่ผู้คบคิดจะทำลายล้างรัฐบาล หรือคบคิดกันเป็นปฏิปักษ์ต่อราชการแผ่นดิน เป็นต้น โดยหลักฐานเป็นที่เชื่อถือได้

                                      (4) เป็นผู้ที่ปรากฏชัดว่าปฏิบัติราชการด้าวความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างรางวัลจนได้รับการชมเชยเป็นลายลักษณ์อักษร หรือได้รับบำเหน็จรางวัลตอบแทนจากผู้บังคับบัญชาที่ไม่ต่ำกว่า ผบ.ตร.

                                      (5) เป็นผู้สืบสวนคลี่คลายคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนจนสามารถจับดุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

                                      (6) สืบสวนจับกุมแหล่งผลิตยาเสพติดรายใหญ่ หรือสืบสวนจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ได้ของกลางเป็นจำนวนมาก

                                      (7) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก เสี่ยงภยันตราย จนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรืออยู่ในลักษณะที่จะเป็นภยันตรายใกล้ชีวิต

                                5.3.3 ด้านการสอบาวน

จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่เข้าลักษณะในข้อใดข้อหนึ่ง จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ข้อ ดังต่อไปนี้

                                      (1) ดำเนินการสอบสวนคดีสำคัญหรือคดีที่น่าสนใจได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถรวบรวมพานหลักฐานได้ครบถ้วน และส่งอัยการได้ภายใน 30 วัน นับแต่จับกุมผู้ต้องหาได้ และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง

                                      (2) ดำเนินการสอบสวนคดีที่มีความลึกลับซับซ้อน ที่ต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะ ความพากเพียรพยายามใช้ความสามารถพิเศษ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล จนศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ

                                      (3) เป็นผู้ทำการสอบสวนผู้ต้องหา และสามารถขยายผลไปสู่คดีอื่นได้อีก

                                      (4) ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างละเอียดรอบคอบและรัดกุม จนศาลพิพากษาลาโทษผู้กระทำความผิด

                                      (5) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก เสี่ยงภยันตรายจนได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต หรือ อยู่ในลักษณะที่จะเป็นภยันตรายใกล้ชีวิต

                                5.3.4 ด้านการจราจร

                                      จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่เข้าลักษณะในข้อใดข้อหนึ่ง จำนวนไม่ร้อยกว่า 2 ข้อ ดังต่อไปนี้

                                      (1) ปฏิบัติหน้าที่จนได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชา ประชาชน หรือสื่อมวลชน

                                      (2) ใช้ปฏิภาณไหวพริบ เสี่ยงภยันตราย ช่วยสกัดกั้น หรอติดตามจับกุมคนร้ายในคดีสำคัญที่เป็นที่สนใจของประชาชนได้ในเวลาอันรวดเร็วหลังจากเกิดเหตุ

                                      (3) มีส่วนร่วมในงานป้องกันปราบปรามจนประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

                                      (4) เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ โดยได้ทำการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาและประชาชน

                                      (5) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก เสี่ยงภยันตราย จนได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต หรืออยู่ในลักษณะที่จะเป็นภยันตรายใกล้ชีวิต

                                5.3.5 ด้านบริหาร อำนวยการและสนับสนุน

                                      จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่เข้าลักษณะในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                                      (1) เป็นผู้ริเริ่มงาน แผนงาน หรือโครงการที่สามารถปฏิบัติได้เป็นรูปธรรม และบรรลุเปามายจนเกิดเป็นผลดีแก่ทางราชการในอันที่จะเป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานอื่นได้ และได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาสื่อมวลชน หรือภาคเอกชน

                                      (2) ปฏิบัติงานในด้านอำนวยการและสนับสนุนอย่างดียิ่ง จนได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชา

                                      (3) เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่อย่างดียิ่ง จนเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา

                                5.3.6 หน่วยที่ส่งผลการพิจารณาให้ ภ.7 ประกาศชมเชยข้าราชการตำรวจ จะต้องปฏิบัติดังนี้

                                      1. หน่วยที่เสนอเรื่องขอให้ ภ.7 พิจารณาประกาศชมเชย หรือ ประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจในสังกัด จะต้องดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด ตามขั้นตอนการดำเนินการ ข้อ 4.1

                                      2. แยกกลุ่มของผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจนว่า อยู่ในกลุ่มของผู้ปฏิบัติหน้าที่อะไร ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ข้อ 5.2

                                      3. กรณีที่หน่วยเสนอเรื่องให้ ภ.7 พิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ข้าราชการตำรวจในเรื่องเดียวกัน จนวนมากกว่า 1 นาย จะต้องชี้แจงรายละเอียดเป็นรายบุคคลมาด้วยว่า ในแต่ละนายมีหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างไร แตกต่างกันอย่างไรในกลุ่มของผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ และปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นเป็นพิเศษอย่างไร โดยคณะกรรมการในระดับ ภ.7 อาจเรียกผู้ที่มีรายชื่อขอประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ เป็นรายบุคคลมาทำการชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการระดับ ภ.7 ได้

                                      4. หากหน่วยใดไม่สามารถชี้แจงจำแนกรายละเอียดเป็นรายบุคคล และปฏิบัติตามข้อ 1 – 3 ได้ คณะกรรมการของ ภ.7 จะถือว่าข้าราชการตำรวจผู้ที่ขอให้ ภ.7 พิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ นั้น มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นที่สมควรจะได้รับการประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณ เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานดีเด่นแท้จริง สมกับการประกาศเกียรติคุณ และทำให้มาตรฐานการพิจารณาของ ภ.7 เป็นที่ยอมรับจากข้าราชการตำรวจ / ประชาชนทั่วไป อย่างแท้จริง

6. รางวัลและประกาศเกียรติคุณ

                         ตำรวจภูธรภาค 7 จะเป็นผู้มอบประกาศชมเชย , ประกาศเกียรติคุณ หรือ โล่ประกาศเกียรติคุณแก่ขาราชการตำรวจทีมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่าง ๆ ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการของ ภ.7 ที่ประชุมของตำรวจภูธรภาค 7 หรือในโอกาสตามสมควร

7. งบประมาณ

                         ค่าใช้จ่ายในการจัดทำใบประกาศ ฯ และ โล่ประกาศเกียรติคุณ ดังนี้

                         7.1 ใบประกาศ จำนวน 100 ใบ (ใบละประมาณ 10 บาท) เป็นเงินทั้งสิ้น 1,000 บาท

                         7.2 โล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 20 โล่ (โล่ละประมาณ 1,000 บาท) เป็นเงินทั้งสิ้น 20,000 บาท

                         - ทั้งนี้ หากจัดทำใบประกาศ หรือโล่ประกาศเกียรติคุณ มากกว่าจำนวนเงินที่ประมาณการไว้ในข้อ 71 – 72 ก็ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นไปได้ตามสัดส่วน

8. ผู้รับผิดชอบโครงการ

                         ผบก.อก.ภ.7 เป็นผู้ดำเนินการดังนี้

                         8.1 ดำเนินการด้านข้อมูลคดีสำคัญ และคดีที่ผู้บังคับบัญชาหรือประชาชนให้ความสนใจ

                         8.2 ดำเนินการด้านงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการ

                         8.3 ดำเนินการด้านธุรการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

                         8.4 จัดทำใบประกาศ หรือโล่ประกาศเกียรติคุฯ ให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก ตามข้อ 4.4

9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

                         9.1 เป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันและมีการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยยกระดับขีดความสามารถของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในด้านต่าง ๆ บังเกิดภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาประชาชน

                         9.2 ตำรวจภูธรภาค 7 สามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม, อำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา, บริหารจัดการ และบริการประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประหยัด โปร่งใส และเพื่อประชาชน

                         9.3 ข้าราชการตำรวจมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น

                         9.4 ทำให้ประชาชนลดความหวาดระแวงภัยจากอาชญากรรมที่เกิดขึ้น มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความรู้สึกที่ดีและศรัทธาต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีให้ตำรวจภูธรภาค 7 มีเกียรติ ศักดิ์ศรี ในการเป็นตำรวจอาชีพ   

10.  อ้างถึง        ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 13 บทที่ 2 เรื่อง หลักเกณฑ์การบันทึกความดีความชอบ และราชการพิเศษ

********************************

 

                                            พลตำรวจตรี  ธนสิทธิ์  สุนทรวิภาต                ผู้เสนอโครงการ

                                                                           (ธนสิทธิ์  สุนทรวิภาต)

                                                                                                   รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

 

    ความเห็น (ผู้อนุมัติโครงการ)

                              อนุมัติ

พลตำรวจโท ชัยยันต์ มะกล่ำทอง

                   (ชัยยันต์ มะกล่ำทอง)

             ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

                       25 ก.ค. 2548

 

 

 

 

 

คำสั่งตำรวจภูธรภาค 7

ที่  1176 / 2548

เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ

การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7

ตามโครงการส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 (ฉบับแก้ไข)

************************************

                ตามโครงการส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 (ฉบับแก้ไข) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดภูธรภาค 7 ว่าสมควรที่จะได้รับการประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ หรือไม่ นั้น

เพื่อให้การดำเนินการพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจ ดังนี้

                1.รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ฝ่ายบริหาร 1 ที่รับผิดชอบงานกำลังพล) เป็นประธานกรรมการ

                2.รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม) เป็นรองประธานกรรมการ

                3.ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นกรรมการ

                4.รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 (ที่รับผิดชอบงาน ฝอ.1 บก.อก.ภ.7)

                5.รองผู้บังคับการ ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เป็นกรรมการ

                6.ผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นกรรมการ/เลขานุการ

                7.สารวัตรงาน 2 ฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

                8.รองสารวัตรงาน 2 ฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นเจ้าหน้าที่

                โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวร่วมกันพิจารณาข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่าง ๆ สมควรที่จะได้รับการชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ตามโครงการส่งเสริมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 (ฉบับแก้ไข) โดยเสนอผลการพิจารณาให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงนามใบประกาศชมเชย หรือประกาศเกียรติคุณ ต่อไป

                ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คำสั่งใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้ยกเลิกเสียทั้งหมด

                                                สั่ง    วันที่   18  ตุลาคม   พ.ศ. 2548

(ลงชื่อ)  พลตำรวจโท ฉลอง  สนใจ

                                                                                                                     (ฉลอง  สนใจ)

                                                                                                          ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7