คุณสมบัติ และวิธีการคัดเลือกหลักสูตร ผกก.

 

 

ถามมา – ตอบไป

 

ถาม         อยากทราบว่า คุณสมบัติและวิธีการคัดเลือกเข้าอบรมใน “หลักสูตรผู้กำกับการ”

                เป็นอย่างไร

ตอบ       สำหรับ “หลักสูตรผู้กำกับการ” เป็นหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) หรือเทียบเท่าที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ให้มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติสำหรับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการ (ผกก.) ต่อไป    โดยในแต่ละปีงบประมาณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะอนุมัติให้เปิดการฝึกอบรม โดยจะกำหนดจำนวนรุ่น และ จำนวนผู้เข้ารับการอบรมในแต่ละรุ่น (เช่นในปีงบประมาณ 2549 ตร.อนุมัติให้อบรม 3 รุ่น ๆ ละ 160 นาย เป็นต้น)  สำหรับสถานที่ในการฝึกอบรมคือ สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ (สบพ.) กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) แต่ในบางปีที่มีการอบรมหลายรุ่นในเวลาคาบเกี่ยวกันก็จะใช้สถานที่ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจอบรมในบางรุ่น    ทั้งนี้การอบรมหลักสูตรผู้กำกับการ จะใช้เวลาในการฝึกอบรมรุ่นละไม่เกิน 16 สัปดาห์    สำหรับคุณสมบัติและวิธีการคัดเลือกเพื่อเข้าอบรมในหลักสูตรฯ  มีดังนี้

1. คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม

                1.1 เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศ พ.ต.ท. และดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.หรือเทียบเท่า มาแล้ว  ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับตั้งแต่วันดำรงตำแหน่งถึงวันเปิดการฝึกอบรม

                1.2 มีวันรับราชการ นับตั้งแต่วันเปิดการฝึกอบรมถึงวันเกษียณอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี

                1.3 มีสุขภาพสมบูรณ์ปราศจากโรคอันเป็นอุปสรรคต่อการฝึกอบรม

                1.4 ไม่อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย หรือถูกพักราชการ หรือต้องหาคดีอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา (โดยศาลประทับรับฟ้อง)  เว้นแต่กรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                            ก. ต้องหาคดีอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดลหุโทษ

                            ข. ต้องหาคดีอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

                            ค. ต้องหาคดีอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่ได้กระทำเพราะปฏิบัติการตามหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

2. การคัดเลือก

                2.1 หน่วยที่มีฐานะเป็น บช.หรือเทียบเท่า  ให้คณะกรรมการประกอบด้วย ผบช.หรือเทียบเท่าเป็นประธานกรรมการ  และ ผบก.หรือเทียบเท่าขึ้นไปในหน่วยงานนั้น ๆ ทุกคน เป็นกรรมกาโดยตำแหน่ง  พิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผกก. หรือเทียบเท่าในสังกัด  ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเท่าจำนวนที่ ตร.กำหนด   แล้วส่งรายชื่อไปยัง สบพ.

                2.2 หน่วยขึ้นตรงต่อ ตร. ซึ่งมีฐานะต่ำกว่า บช.หรือเทียบเท่า  ให้ หน.หน่วยพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผกก.หรือเทียบเท่า ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน  แล้วส่งรายชื่อไปยัง สบพ.  และให้คณะกรรมการประกอบด้วย ผบช.ศ. เป็นประธานกรรมการ  หน.หน่วยขึ้นตรงต่อ ตร.เป็นกรรมการ  และ ผบก.สบพ. เป็นกรรมการและเลขานุการ ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกตามจำนวนที่ ตร.กำหนด

                2.3 ให้ สบพ. รวบรวมรายชื่อซึ่งคณะกรรมการตามข้อ 2.1 และ 2.2 พิจารณาคัดเลือกแล้วนำเสนอต่อ บช.ศ.  เพื่อเสนอ ผบ.ตร. พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและอนุมัติให้เข้ารับการฝึกอบรมต่อไป

                2.4 การดำเนินการตาม ข้อ 2.1 และ 2.2 ให้ทำเป็น 2 ขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้

                            ขั้นตอนที่ 1 ให้ คณะกรรมการ (ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2) พิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผกก. หรือเทียบเท่าที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกคนในสังกัด เพื่อหาผู้ที่มีความเหมาะสม โดยพิจารณาถึงภาวะผู้นำ  บุคลิกภาพ  สถานภาพครอบครัว  ความขยันหมั่นเพียร และความประพฤติโดยทั่วไปที่จะดำรงตำแหน่ง ผกก.หรือเทียบเท่า

                            ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้รายชื่อจากขั้นตอนที่ 1 แล้ว ให้คณะกรรมการชุดเดิมพิจารณาคัดเลือกในขั้นตอนที่ 2 ตามลำดับ ดังนี้

                                         2.4.1 ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโส ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ตร.กำหนด ร้อยละ 60 ของจำนวนที่ ตร.จัดสรรให้  โดยแบ่งการพิจารณาคัดเลือกออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

                                                      2.4.1.1 ให้คัดเลือกข้าราชการตำรวจ ร้อยละ 20 ของจำนวนที่ได้รับการจัดสรรจากข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีอาวุโสสูงสุดเรียงตามลำดับลงมา และ ห้ามมิให้ข้ามลำดับ

                                                      2.4.1.2 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 40 ให้พิจารณาคัดเลือกจากผู้มีอาวุโสถัดลงมาตามลำดับ  หากมีความจำเป็นต้องข้ามอาวุโส หรือมีผู้อาวุโสรวมกันอยู่ใน บก.ใด บก.หนึ่งทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด  ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการชุดเดิมที่จะพิจารณาข้ามลำดับอาวุโสหรือเฉลี่ยให้แต่ละ บก.แล้วแต่กรณีก็ได้  โดยชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นแต่ละราย พร้อมเอกสารประกอบ

                                         2.4.2 ผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกตามข้อ 2.4.1  ให้พิจารณาคัดเลือกตามความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ได้จำนวนครบตามที่ได้รับจัดสรร  ดังนี้

                                                      2.4.2.1 ความรู้  10  คะแนน ให้พิจารณาจากคุณวุฒิการศึกษาสูงสุดที่ได้รับ ไม่เกิน 1 อย่าง

                                                                  - สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี   ให้                               2           คะแนน

                                                                  - สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี             ให้                               5           คะแนน

                                                                  - สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท             ให้                               7           คะแนน

                                                                  - สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก            ให้                               10         คะแนน

                                                      2.4.2.2 ความสามารถ  10  คะแนน ให้พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ได้รับบำเหน็จความชอบ  ดังนี้

                                                                  - ได้รับ 1.5 ขั้น                                        ให้คะแนนครั้งละ         0.5        คะแนน

                                                                  - ได้รับ 2 ขั้นขึ้นไป                                   ให้คะแนนครั้งละ         1           คะแนน

รวมกันสูงสุดไม่เกิน 10 คะแนน (บำเหน็จความชอบดังกล่าวจะต้องได้รับในขณะที่เป็นสัญญาบัตรเท่านั้น)

                                                      2.4.2.3 ความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่  10  คะแนน  ให้พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ถูกลงทัณฑ์  ดังนี้

                                                                  - ภาคทัณฑ์                                              หักคะแนนครั้งละ         1           คะแนน

                                                                  - ทัณฑ์สูงกว่าภาคทัณฑ์                            หักคะแนนครั้งละ         2           คะแนน

เหลือเท่าใดเป็นคะแนนสุทธิ  โดยให้นำ พรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี พ.ศ.2539 มาบังคับใช้ด้วย

                                         2.4.3 กรณีคะแนนตามข้อ 2.4.2 เท่ากัน  ให้พิจารณาตามลำดับ ดังนี้

                                                      2.4.3.1 ให้ผู้ที่ได้คะแนนตามข้อ 2.4.2.2 (ความสามารถ) มากกว่า เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก

                                                      2.4.3.2 ถ้าคะแนนยังเท่ากันอีกให้ผู้ที่ได้คะแนน ตามข้อ 2.4.2.3 (ความประพฤติ) มากกว่าเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือก

                                         2.4.4 การคัดเลือกตามข้อ 2.4.1 และ 2.4.2 หากอัตราส่วนไม่ลงตัว เป็นเศษ  ให้ปัดเศษ  โดยพิจารณาตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ให้นับเป็นจำนวนเต็ม 1  และต่ำกว่า 0.5 ให้ปัดทิ้ง

                2.5 ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนรายใด  ไม่สมัครใจเข้ารับการฝึกอบรม  ให้แนบบันทึกไม่สมัครใจประกอบของแต่ละหน่วยด้วย

                2.6 ในกรณีที่มีความจำเป็นเกี่ยวกับจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม  ผบ.ตร. มีอำนาจพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามข้อ 1 เข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมได้

 

 

                                                                                                                        พ.ต.อ.ถาวร  ขาวสอาด

                                                                                                                                                                 ผกก.ฝอ.1 บก.อก.ภ.7