(สำเนา)

                                                            บันทึกข้อความ

ส่วนราชการ                    สก.                                                            โทร.0-2252-5921   ภายใน 2528

ที่   0006.524/ 3196                          วันที่      22        พฤษภาคม   2549

เรื่อง     การขอรับทุนส่งเสริมการศึกษาของมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2549 (ปีการศึกษา 2548)

 

เรียน    ผบช.ภ.7

                ด้วยมูลนิธิสงเคราะห์ข้าราชการตำรวจ จะพิจารณามอบทุนส่งเสริมการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการตำรวจ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามระเบียบการให้ทุนของมูลนิธิฯ ประจำปี 2549 (ปีการศึกษา 2548) สก. จึงขอแจ้งหลักเกณฑ์และซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการขอรับทุนส่งเสริมการศึกษาของมูลนิธิฯ ตามลำดับก่อนหลัง ดังนี้

                1. ผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษากรณีปกติ

                      1.1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของข้าราชการตำรวจมียศไม่เกินชั้นพันตำรวจตรีที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสียชีวิตจากการการทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                      1.2 กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษาไม่เกินชั้นปริญญาตรีของสถาบันศึกษาภาครัฐบาลภายในประเทศ

                      1.3 มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ระดับเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

                      2. ผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษากรณีพิเศษ

                      2.1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของข้าราชการตำรวจประจำการ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                      2.2 กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาไม่เกินชั้นปริญญาตรีของสถานศึกษาภาครัฐบาลภายในประเทศ

                      2.3 มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีระดับเกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป

                      2.4 บิดาหรือมารดามียศไม่เกินชั้นพันตำรวจตรี

                      3. เงื่อนไขการขอรับทุน

                      3.1 ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจะได้ครอบครัวละไม่เกิน 1 ทุนต่อปี

                      3.2 ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษากรณีปกติจะได้รับทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษา ทั้งนี้ผู้ได้รับทุนดังกล่าวจะต้องมีความประพฤติดี ไม่ต้องหาคดีอาญา และมีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาระดับเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00

                      3.3ผู้ที่ได้รับทุนกรณีพิเศษ มีสิทธิขอรับทุนในปีการศึกษาต่อไปนี้ได้หากเรียนดีและเข้าหลักเกณฑ์ครบถ้วน

                      4. การขอรับทุนในส่วนของนักเรียนเตรียมทหาร

สก. จะประสานกับโรงเรียนเตรียมทหาร ในเดือนแรกที่เปิดภาคต้นของปีการศึกษาโดยที่ผู้ขอรับทุนไม่ต้องยื่นเรื่องต่อหัวหน้าหน่วยงานของบิดาหรือมารดา

                5. การขอรับทุนในส่วนของระดับอุดมศึกษา

ให้ผู้ขอรับทุนการศึกษายื่นเรื่องต่อหัวหน้าหน่วยงานของบิดาหรือมารดา พร้อมหลักฐาน ดังนี้

                      5.1 คำร้องขอรับทุนการศึกษา โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับผู้กำกับการขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรองท้ายคำร้อง พร้อมรูปถ่ายของผู้รับทุนขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป

                      5.2 หลักฐานการเสียชีวิตของบิดาหรือมารดา (เช่น คำสั่งปฏิบัติหน้าที่ราชการ ประจำวัน ข้อเกิดเหตุใบมรณะบัตร) และสำเนาใบเสร็จรับเงินในการลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 1/2548 และ 2/2548 พร้อมให้นายตำรวจสัญญาบัตรรับรองสำเนาถูกต้อง (เฉพาะผู้ขอรับทุนกรณีปกติ)

                      5.3 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอรับทุน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดาผู้รับทุนพร้อมให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรรับรองสำเนาถูกต้อง

                      5.4 หลักฐานการเข้าศึกษาในสถานศึกษา หรือหนังสือรับรองจากสถานศึกษา

                      5.5 ผลการเรียนจากแบบรายงานการเรียนของนักเรียนหรือรายงานผลการศึกษาของนิสิตนักศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา ทั้ง 2 ภาค คือ ภาคเรียนที่ 1/2548 และภาคเรียนที่ 2/2548 ที่ออกโดยสถานศึกษาของผู้ขอรับทุน

                6. ให้หัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับคำร้องขอรับทุนการศึกษารวบรวมเอกสารตาม ข้อ 5 นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงระดับ บช. หรือ บก. (เฉพาะหน่วยขึ้นตรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ทั้งนี้ ขอความกรุณาช่วยเร่งรัดและรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องแล้วนำส่ง สก. ภายใน 30 มิ.ย. 2549

                จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดทราบโดยทั่วกัน พร้อมนี้ได้แนบแบบคำร้องขอรับทุนการศึกษาและระเบียบฯ มาด้วยแล้ว

                                           

                                                                                       (ลงชื่อ) พล.ต.ต. จิรโรจน์  กี่ศิริ

                                                                                                               (จิรโรจน์  กี่ศิริ)

                                                                                                                    ผบก.สก.

                                                                                                          กรรมการและผู้จัดการ

                                                                                             มูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ





  

 



ระเบียบมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ

การให้ทุนส่งเสริมการศึกษามูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ

พ.ศ.2544

----------------------------------------

                เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ และมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2543 ในเรื่องการให้ทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจที่เรียนดีมีความประพฤติดีแต่ครอบครัวมีรายได้น้อยซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระดับอุดมศึกษาภายในประเทศ โดยเฉพาะบุตรของข้าราชการตำรวจที่เสียชีสิตจากกดารปฏิบัติหน้าที่หรือเสียชีวิตจากการทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9.1 แห่งข้อบังคับมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ จึงกำหนดระเบียบการให้ทุนส่งเสริมการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ ดังนี้

                ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ เรื่องการให้ทุนส่งเสริมการศึกษามูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2544”

                ข้อ 2 ให้ยกเลิกระเบียบการให้ทุนส่งเสริมการศึกษามูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2533 ลง 17 กันยายน พ.ศ.2533 และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                ข้อ 3 ผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษากรณีปกติ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                                3.1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของข้าราชการตำรวจยศไม่เกินชั้นพันตำรวจตรี ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสียชีวิตจากการทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                                3.2 กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษาไม่เกินชั้นปริญญาตรีของสถานการศึกษาภาครัฐบาลภายในประเทศ

                                3.3 มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ระดับเฉลี่ยตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

                                3.4 ในกรณีที่มีผู้ขอรับทุนเกินกว่าจำนวนทุนให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

                                                3.4.1 ให้พิจารณาเหตุของการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ของบิดาหรือมารดาตามประเด็นต่าง ๆ ตามลำดับ ดังนี้

                                                                1. ปะทะต่อสู้หรือถูกซุ่มโจมตี

                                                                2. ถูกทำร้าย

                                                                3. อุบัติเหตุ

                                                                4. ป่วย

หากเป็นประเด็นเดียวกันให้พิจารณาข้อถัดไป

                                                3.4.2 พิจารณาชั้นยศของบิดาหรือมารดาโดยให้พิจารณาชั้นยศต่ำกว่าก่อน หากกรณีชั้นยศเท่ากันให้พิจารณาข้อถัดไป

                                                3.4.3 พิจารณาผู้ได้คะแนนระดับเกรดเฉลี่ยที่สูงกว่าก่อน

                ข้อ 4 ผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษากรณีพิเศษ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                                4.1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของข้าราชการตำรวจประจำการ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                                4.2 กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกำลังศึกษาอยู่ระดับอุดมศึกษาไม่เกินชั้นปริญญาตรีของสถานศึกษาภาครัฐบาลภายในประเทศ

                                4.3 มีผลการเรียนอยู่มนเกณฑ์ดีระดับเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดได้คะแนนรวมดังกล่าวหรือมีแต่ไม่ครบตามจำนวนทุนที่จัดสรรในปีนั้น ๆ ให้คณะกรรมการบริหารมูลนิธิบุตรข้าราชการตำรวจ พิจารณาจากผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และได้คะแนนรวมต่ำลงมาตามความเหมาะสม แต่หากปรากฏว่าผลการเรียนหรือการศึกษาของผู้ขอรับทุนมีคะแนนเท่ากัน ให้พิจารณาระดับชั้นยศของบิดาหรือมารดา โดยให้พิจารณาระดับที่ต่ำกว่าก่อน

                                4.4 บิดาหรือมารดามียศไม่เกินชั้นพันตำรวจตรี

                ข้อ 5 เงื่อนไขการขอรับทุน

                                5.1 ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจะได้รับทุนตามระเบียบนี้ครอบครัวไม่เกิน 1 ทุนต่อปี

                                5.2 ผู้ได้รับทุนการศึกษาตามข้อ 3 จะได้รับทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษา ทั้งนี้ผู้ได้รับทุนดังกล่าวจะต้องมีความประพฤติดีไม่ต้องหาคดีอาญา และมีผลการเรียนปีการศึกษาที่ผ่านมาระดับเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 หากผลการเรียนต่ำกว่านี้ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจพิจาณา

                                5.3 ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษากรณีพิเศษตามระเบียบนี้แล้ว มีสิทธิขอรับทุนในปีการศึกษาต่อไปได้หากเรียนดีและเข้าหลักเกณฑ์ครบถ้วน

                ข้อ 6 การขอรับทุนตามข้อ 4 ในส่วนของนักเรียนเตรียมทหารให้กองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแก่งชาติ ประสายงานกับโรงเรียนเตรียมทหารในเดือนแรกที่เป็ดภาคต้นของปีการศึกษาเพื่อขอทราบจำนวน ส่วนในระดับอุดมศึกษาให้กองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งหลักเกณฑ์ไปยังหน่วยต่าง ๆ เพื่อแจ้งกำหนด เวลาในการให้ส่งหลักฐานขอรับทุน ทั้งนี้ให้มีเวลาที่หน่วยจะดำเนินการไม่น้อยกว่า 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคต้นของปีการศึกษา

                ข้อ 7 หลักฐานที่ต้องใช้พิจารณาในการขอรับทุน

                                7.1 ในส่วนของนักเรียนเตรียมทหาร ให้กองสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานงานกับโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อขอรายชื่อและหลักฐานผลการศึกษาของผู้ขอรับทุน

                                7.2 ในส่วนของระดับอุดมศึกษา ให้ผู้ขอรับทุนยื่นหลักฐานต่อไปนี้ต่อหัวหน้าหน่วยงานของบิดาหรือมารดา

                                                7.2.1 หลักฐานการเสียชีวิตของบิดาหรือมารดา (เฉพาะกรณีปกติ เช่น คำสั่งปฏิบัติหน้าที่ราชการ ประจำวันข้อเกิดเหตุ ใบมรณบัตร)

                                                7.2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน

                                                7.2.3 หลักฐานการเข้าศึกษาในสถานศึกษา

                                                7.2.4 ใบสมัครขอรับทุนตามแบบท้ายระเบียบนี้พร้อมติดรูปถ่ายขนาด 3Í4 จำนวน 1 รูป

                7.2.5 หลักฐานแสดงผลการเรียนของผู้ขอรับทุนโดยสถานศึกษาเป็นผู้รับรอง

                                7.3 ให้ผู้บังคับบัญชาของบิดาหรือมารดาระดับผู้กำกับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป รับรองในคำร้องขอรับทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ

                                7.4 คำร้องและเอกสารหลักฐานทั้งหมดจะต้องส่งไปยังกองสวัสดิการภายในระยะเวลาที่กองสวัสดิการกำหนด

                ข้อ 8 การให้ทุนการศึกษาให้นำกอกผลของมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับแต่ละปีมาจัดสรรตามความเหมาะสมดังนี้

                                8.1 ร้อยละ 10 ของดอกผลทั้งหมดแต่ละปี ให้หักเป็นค่าใช้จ่ายของมูลนิธิฯ ครึ่งหนึ่งโดยให้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิบุตรข้าราชการตำรวจ และในการประกอบพิธีมอบทุนการศึกษาภายในวงเงิน 20,000.- บาท แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 5 ของดอกผลของมูลนิธิฯ ให้รายงานที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติ

                                8.2 พิจารณาให้ทุนการศึกษากรณีปกติก่อนเป็นลำดับแรก จำนวนปีละ 1 ราย โดยให้คณะอนุกรรมการพิจารณาให้ทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจรวบรวมรายละเอียดค่าใช้จ่ายมีความเห็นเสนอคณะกรรมการบริหารมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจพิจารณา

                                8.3 เงินในส่วนที่เหลือจาก ข้อ 8.1 และ ข้อ 8.2 พิจารณาจัดสรรเป็นทุนการศึกษากรณีพิเศษสำหรับนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวนร้อยละ 30 และจดสรรเป็นทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาร้อยละ 70 ตามความเหมาะสมทุนและไม่ต่ำกว่า 3,000.-บาท

                                8.4 ดอกผลที่เหลือจากค่าใช้จ่ายตามข้อ 8.1 และจากการให้ทุนตามข้อ 8.2 และ 8.3 แต่ละปีให้โอนเข้าสมทบทุนมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ

                ข้อ 9 ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาให้ทุนการศึกษาบุตรของขาราชการตำรวจพิจารณาคำร้องขอทั้งหมด แล้วเสนอคณะกรรมการบริหารมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ วินิจฉัยสั่งการ และมติของ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ ถือเป็นเด็ดขาด

                ข้อ 10 คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาให้ทุนการศึกษาประกอบด้วย

                                10.1 ผู้บังคับการกองสวัสดิการ                                                 ประธานอนุกรรมการ

                                10.2 รองผู้บังคับการกองสวัสดิการ           (ที่รับผิดชอบงาน 4 กองกำกับการ 1 กองสวัสดิการ) รองประธานอนุกรรมการ

                                10.3 ผู้กำกับการ 1 กองสวัสดิการ                                              อนุกรรมการ

                                10.4 รองผู้กำกับการ 1 กองสวัสดิการ        (ที่รับผิดชอบงาน 4 กองกำกับการ 1 กองสวัสดิการ) อนุกรรมการ

                                10.5 สารวัตร งาน 4 กองกำกับการ 1 กองสวัสดิการ                   อนุกรรมการและเลขานุการ

                                10.6 รองสารวัตร งาน 4 กองกำกับการ 1 กองสวัสดิการ             อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

                ข้อ 11 การจ่ายเงินทุนการศึกษาให้จ่ายภายในภาคต้นปีของการศึกษา

                ข้อ 12 ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้รับทุนแต่ยังไม่ได้รับเงินให้ถือว่าหมดสิทธิ์การรับทุนในกรณีดังต่อไปนี้

                                12.1 ตาย

                                12.2 ถูกให้ออกจากสถานศึกษา

                                12.3 สละสิทธิ์

                                12.4 ไม่สามารถศึกษาต่อไปเพราะป่วยหรือสุขภาพไม่ดี

                ข้อ 13 ให้ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

                                ให้ไว้          วันที่     5     เดือน     พฤษภาคม     พ.ศ.     2544

                                                     (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก  พรศักดิ์  ดุรงควิบูลย์

                                                                                     (พรศักดิ์  ดุรงควิบูลย์)

                                                                                   ประธานกรรมการบริหาร

                                                                         มูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ

 

 

 Download แบบคำร้องขอรับทุนการศึกษามูลนิธิสงเคราะห์บุตรข้าราชการตำรวจ